วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นโยบายบ้านหลังแรก



นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (27ก.ย.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการคืนภาษีบ้านหลังแรก โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงมติครม.จากเดิมที่ให้มีการนำค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านมาหักลดหย่อน เป็นนำค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านหลังแรก มาหักได้โดยตรงจากเงินที่ต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นการหักหลังจากที่คำนวณภาษีเสร็จแล้วในช่องสุดท้าย ซึ่งผู้เสียภาษีมีสิทธิใช้สิทธิได้ 5 ปี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการบ้านหลังแรก ไม่ได้เป็นการช่วยคนมีรายได้สูง เพราะมาตรการนี้ช่วยทุกกลุ่ม รัฐบาลต้องการช่วยให้ผู้ที่เริ่มมีบ้านหลังแรก ตั้งแต่ 5 ล้านบาทลงไป เพื่อลดภาระด้านภาษี แต่สำหรับคนที่ทางบ้านมีเงิน แต่ต้องการตั้งตัวได้ รัฐบาลก็มีกองทุนตั้งตัวได้ หรือการพักหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นการช่วยฐานราก แต่สำหรับผู้ที่เริ่มจะตั้งตัว และอยากมีบ้านหลังแรก มาตรการนี้จะเข้าไปช่วย
ยืนยันว่า ครม.ไม่ได้ทบทวนหลักเกณฑ์ใดๆ แต่เป็นการยืนหลักการเหมือนเดิม เพียงแต่ให้รอบคอบขึ้นในรายละเอียดการปฏิบัติ และสามารถชี้แจงประชาชนให้ชัดขึ้น
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี ในมาตรการคืนภาษีบ้านหลังแรก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายบ้านหลังแรกนั้น เป็นนโยบายที่ต้องการให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่ซื้อบ้านจริงๆ ไม่ได้ให้ประโยชน์กับผู้ประกอบการ และตนเองก็ไม่เคยมองว่าต้องให้ประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าไปดูในรายละเอียดจะเห็นว่ามีความเสมอภาคเท่าเทียมอยู่แล้ว ไม่มีการเอื้อให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการที่เราให้ประโยชน์โดยตรง เพราะผู้ซื้อได้รับภาษี ไม่ใช่ผู้ขาย
ครม.สั่งชะลอมาตรการ 20 ก.ย.
ขณะที่ นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้เห็นชอบให้ชะลอการดำเนินการมาตรการบ้านหลังแรกตามมติครม.เดิมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ไว้ก่อน และเห็นชอบปรับปรุงเพิ่มเติมในรายละเอียด ตามที่กระทรวงการคลังนำเสนอ โดยเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่บุคคลธรรมดา ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นจำนวนไม่เกิน 10% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 500,000 บาท
ทั้งนี้มีผู้มีเงินได้ต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2554-31 ธ.ค. 2555 ซึ่งการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งนี้ สามารถดำเนินการได้ โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปตรวจสอบในรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง
ชี้สูญรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท
กระทรวงการคลัง ประเมินว่า การปรับมาตรการบ้านหลังแรก จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่กำหนดให้มีการนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีคาดว่าจะสูญเสียรายได้ 5 ปี จำนวน 1.7 พันล้านบาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้โดยตรงจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ในช่วง 5 ปี เป็นเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือปีละประมาณ 2.4 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามาตรการนี้นอกจากช่วยบรรเทาภาระภาษีของประชาชนแล้วยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งส่งเสริมให้ผู้มีเงินได้เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น
เดิมมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. เห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายเสมือนเป็นค่าลดหย่อน สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย
ก่อนหน้านี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการบ้านหลังแรกที่รัฐบาลอนุมัติจะช่วยระบายสต็อกบ้านในปีนี้ได้ประมาณ 1 แสนยูนิต และรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกลับมาได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
ขยายเวลาใช้สิทธิ 5 ปี
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การให้นำค่าใช้จ่ายมาหักเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภายในสิ้นปี แทนการนำไปลดหย่อนภาษีนั้น จะทำให้คนที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก ได้รับสิทธิทางภาษีเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าการนำไปคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษี คาดว่ากรมสรรพากรจะสูญเสียรายได้ทั้งโครงการประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน ครม. ยังเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้สิทธิจาก 2 ปี เป็น 5 ปีอีกด้วย
แบงก์คาดกระตุ้นอสังหาฯ ไม่มาก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากโครงการบ้านหลังแรกออกมาได้อาจจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 4 คึกคักมากขึ้น แต่คงไม่มากนัก หรือเพิ่มขึ้นจากที่คาดว่าจะเติบโต 4.5% เป็น 5% เท่านั้น เนื่องจากเหลือระยะเวลาการอนุมัติไม่ถึง 3 เดือนก่อนที่จะหมดปี
คาดว่าอัตราการเติบโตสินเชื่อทั้งระบบจะไม่สูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ที่ 8% เช่นเดียวกับสินเชื่อของธนาคารกสิกรไทย จะไม่สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 12-13% หรือ 5-6 หมื่นล้านบาท แต่ในปี 2555 ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้อย่างมาก
หวั่นทิ้งดาวน์-ดีมานด์เทียมโผล่
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มาตรการสนับสนุนการมีบ้านหลังแรกของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน แต่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกิดความกังวลแล้วว่าหากรัฐบาลใช้วิธีการคืนภาษีทีเดียว อาจก่อให้เกิดปัญหาผู้ซื้อบ้านทิ้งเงินดาวน์ ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บที่ 5% ของราคาที่อยู่อาศัย เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะการคืนภาษีอยู่ที่อัตรา 10% ซึ่งเท่ากับว่าผู้ซื้อจะได้กำไรจากภาษีถึง 5% เช่นซื้อบ้านในราคา 1 ล้านบาท จะได้คืนภาษี 100,000 บาท
ขณะที่จ่ายเงินดาวน์ไปเพียง 50,000 บาท ก็เท่ากับว่าผู้ซื้อบ้านได้กำไรจากโครงการนี้ 50,000 บาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวธนาคารต้องบังคับให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นเงินดาวน์ในอัตรา 10% ของราคาที่อยู่อาศัยให้เท่ากับการภาษีที่จะได้ลดหย่อน
นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการใช้ลูกเป็นนอมินีเกิดขึ้น เช่น พ่ออาจใช้สิทธิการมีบ้านหลังแรกของลูกเพื่อรับประโยชน์ในโครงการ ด้วยการค้ำประกันสินเชื่อหรือกู้สินเชื่อร่วม ซึ่งการซื้อที่อยู่อาศัยดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความต้องการจริง แต่เป็นความต้องการเทียมซึ่งอาจเป็นช่องทางในการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์และอาจก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจกิจได้
ชง ครม.สัปดาห์หน้าช่วยรายได้น้อย
น.ส.อนุตตมา กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปศึกษามาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้ไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี เพิ่มเติมด้วยว่าจะมีมาตรการใดออกมาช่วยเหลือเพิ่มเติม และให้เสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น